ขั้นตอนที่ 1
ประโยชน์ใช้สอยขึ้นอยู่กับว่า นำโซฟาไปตั้งที่ส่วนใดของห้องไหนในบ้าน ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องกับการใช้งาน คือเอาไว้ต้อนรับแขกโซฟาควรจะดูสง่างามวัสดุควรทำความสะอาดง่าย หรือเอาไว้นอนเอกเขนกในห้องนั่งเล่น หรือที่มุมอ่านหนังสือ ลักษณะของโซฟาก็จะต่างกันออกไปคือ อาจจะนุ่มสบายมีรูปแบบ สีสัน มากขึ้น |
ขั้นตอนที่ 2
ขนาด ต้องดูว่าพื้นที่ที่จะตั้งโซฟา มีมากขนาดไหนถ้าตั้งโซฟาแล้วจะต้องมีพื้นที่สำหรับการใช้สอยอื่นๆด้วย รวมถึงการใช้งานว่าต้องการเผื่อไว้สำหรับกี่คนนั่ง 2 หรือ 3 ที่นั่ง หรือต้องการขนาดใหญ่พอที่จะใช้นอนยืดขาได้เต็มที่ด้วย |
ขั้นตอนที่ 3
สีสัน และความสวยงาม ทั้งหมดนี้จะมีส่วนในการสร้างบรรยากาศและอารมณ์ให้กับ ห้องนั้น ๆ ควรเลือกให้อยู่ในสไตล์และโทนสีเดียวกับห้องและเฟอร์นิเจอร์ ตัวอื่น ๆ ควรกำหนดให้โซฟามีความโดดเด่นเป็นจุดนำสายตาในห้องนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นห้องรับแขก |
ขั้นตอนที่ 4
ลักษณะโครงสร้างและวัสดุ โซฟาที่ดีจะถูกออกแบบมาให้รองรับสรีระของร่างกายได้อย่าง ถูกสุขลักษณะ ทำให้นั่งแล้วรู้สึกสบาย ไม่ปวดเมื่อยวัสดุที่ใช้ทั้งส่วนของการรองนั่ง และผนังพิงหลัง ควรมีความนุ่มที่เพียงพอ สามารถทำให้นั่งอยู่ได้นาน ๆ |
ขั้นตอนที่ 5
ความคงทน และการดูแลรักษา โครงสร้างที่เป็นไม้เนื้อแข็ง กับเหล็ก ย่อมให้ความแข็งแรง ที่ต่างกัน โซฟาที่ทำจากหนัง ซึ่งอาจเป็นหนังแท้หรือหนังเทียม กับผ้าบุ ประเภทต่าง ๆ ล้วนมีความคงทนที่ต่างกัน และมีความยากง่าย ในการดูแลรักษาความสะอาดที่ต่างกันโซฟาที่สามารถถอดเปลี่ยนผ้าบุออกได้ จะทำความสะอาดได้ ง่าย และยังเปลี่ยนลายผ้าได้ใหม่ตามต้องการอีกด้วยบ้านที่มีเด็กควรคำนึงถึงข้อนี้ให้มาก |
ขั้นตอนที่ 6
ราคา ให้พิจารณาว่ามีความเหมาะสมกับคุณสมบัติต่าง ๆ ข้างต้นหรือไม่ เพราะโซฟาที่มีขนาดใหญ่ นั่งสบาย โครงสร้างแข็งแรง วัสดุดีดูสวยงาม ย่อมมีราคาสูงเป็นธรรมดา |
ขั้นตอนที่ 7
คุณสมบัติอื่น ๆโซฟาบางตัวจะมีคุณสมบัติพิเศษ เช่น ปรับระดับความเอนของ พนักพิงเอนได้ ดึงที่วางเท้าออกมาได้ มีช่องเก็บของอยู่ใต้เบาะรองนั่ง เป็นต้น จะเป็นความพึงพอใจส่วนบุคคล และขึ้นอยู่กับว่า ได้ใช้ ประโยชน์จากคุณสมบัตินั้น ๆ มากน้อยเพียงไร |